counter 4,972

Profile

whan

Calendar

January 2008
S M T W T F S
« Nov    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 

more+

+++ ความรัก ฤดูหนาว กาลเวา บางสิ่งในใจ +++




ความรัก


การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลว่าทำไมเราจึงไปรักเขาได้
แต่ให้รู้ไว้ว่าทุกวันนี้เรารักเขาและต้องรักให้ดีที่สุดก็พอ

การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่ต้องสนว่าหนทางข้างหน้าจะมีอุปสรรคมากมายแค่ไหน
แต่ควรนึกขอบคุณโชคชะตาที่สร้างให้มีอุปสรรค เพื่อให้เราทั้งสองได้ร่วมฟันฝ่าไปด้วยกัน

การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่ต้องไปเสียเวลาคิดว่าเขาทำอะไรเพื่อเราบ้าง
แต่ให้มานั่งถามตัวเองดูว่า วันนี้เราทำอะไรเพื่อคนที่เรารักแล้วหรือยัง

การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่ต้องไปมัวระแวงว่าเขาจะไปมีใครอื่นนอกเหนือจากเรา
แต่ควรระวังใจของตัวเองให้เข้มแข็งพอที่จะไม่รับใครเข้ามาในใจอีก

การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่ต้องไปขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตของเขา ว่าเขาเคยมีใครยังไง
แต่ให้คิดไว้ว่าทุกวันนี้มีเขาและเราอยู่ด้วยกัน...อดีต..ถึงอย่างไรก็คืออดีต

การที่เราจะรักใครสักคน...เมื่อทะเลาะกัน คำว่าแพ้หรือชนะ ก็ไม่สำคัญ
เราจึงยอมให้เขาเป็นฝ่ายชนะเสมอ ถ้าทำให้เขาสบายใจ

การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่ควรพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเขา
แต่ควรพยายามปรับตัวเองให้เข้ากับเขาจะดีกว่า

การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่ควรหูเบา
เพราะอาจทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคนที่เรารักได้

การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่ใช่การสัมผัสกันด้วยร่างกาย
แต่เป็นการสัมผัสกันด้วยหัวใจต่างหาก

การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่จำเป็นต้องบอกรักกันทุกวัน
เพราะการที่เราคอยห่วงใยกันอยู่เสมอๆ ก็สามารถทดแทนคำว่ารักได้ดี แม้สักล้านคำ

การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่เกี่ยวกับสิ่งของนอกกายใดๆเลย
เพราะความรักไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน หรือแลกมาได้ด้วยทรัพย์สิน

การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่ต้องคอยนับว่าเขามีข้อเสียมากมายสักกี่ข้อ
เพราะข้อดีของเขาก็มีมากพอที่จะทำให้เราลืมข้อเสียทั้งหมดของเขาได้

การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่จำเป็นต้องตัวติดกันตลอดเวลา
แค่เรามีเขาอยู่ในใจทุกนาทีก็พอ

การที่เราจะรักใครสักคน...เมื่อเห็นเขาเสียใจ ไม่ต้องรอจนกระทั่งเขาเสียน้ำตา
แล้วค่อยเข้าไปปลอบใจ
แต่ควรรีบเข้าไปแบ่งเบาความทุกข์ของเขาเสียตั้งแต่เมื่อเราเห็นเขาเงียบๆซึมๆไป
เพราะหากเราปล่อยเขาไว้จนสายเกิน
ผลสุดท้ายแล้วคนที่จะเสียใจที่สุดเมื่อรู้ตัวก็คือตัวเราเอง

การที่เราจะรักใครสักคน...อย่ารอที่จะบอกรัก
ให้รีบบอกคนที่เรารักซะ ก่อนที่จะไม่มีเขาคนนั้นให้บอกอีกต่อไป

การที่เราจะรักใครสักคน...แม้ว่าอาจทำให้เราตาบอด
แต่ก็ทำให้เราได้รับรู้และเข้าใจ ว่าความสุขจากการที่ได้รักใครสักคน มันมีมากมายแค่ไหน

การที่เราจะรักใครสักคน...จงเชื่อมั่นในตัวเขาให้มากๆ

การที่เราจะรักใครสักคน...ง่ายยิ่งกว่าการพยายามลบเขาออกไปจากหัวใจ

...ความรัก สอนให้เราได้เรียนรู้หลายๆสิ่ง

ความรักเป็นบทเรียนดีๆ ที่ไม่อาจเข้าใจได้ถ่องแท้ถ้าไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง

ความรัก ทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ทำให้เราเข้าใจอะไรๆมากขึ้น

ความรัก ทำให้เราเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ

นี่คือสิ่งที่เราได้เรียนรู้ จากการที่เราได้รักใครสักคน...


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~


ฤดูหนาว


ลมหนาวพัดโชยมาต้องผิวเนื้อทำให้ฉันฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า บัดนี้ฤดูหนาวได้
เริ่มย่างกรายเข้ามาแล้ว เมื่อปีที่แล้วฉันจำได้ว่ามันช่างเป็นช่วงเวลาที่อ้างว้าง
เดียวดายเสียเหลือเกิน สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกเงียบเหงาหนาวใจนั้นมิใช่เพราะอากาศ
และลมเย็นสบายภายนอก แต่กลับเป็นเพราะจิตใจข้างในของฉันที่มันไม่มีแม้ใครสักคน
ที่จะให้ไออุ่น ซุกหน้าเมื่อยามเหน็บหนาว มันเป็นฤดูหนาวที่ทั้งแห้งแล้ง ห่อเหี่ยว
และเปลี่ยวใจอย่างที่สุด ถึงแม้โดยส่วนตัว ตั้งแต่ยังเล็กฉันจะชอบฤดูนี้ที่สุด
เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อน นานๆจะได้มีอากาศเย็นๆซักที และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ
ฉันเกิดในฤดูหนาว ฉันจึงรู้สึกผูกพันกับฤดูนี้ไปโดยปริยาย...
แต่เพราะเหตุใดลมหนาวของปีที่แล้ว จึงทำให้ฉันห่อเหี่ยว..หดหู่ใจได้ขนาดนั้นนะ...

เมื่อฤดูหนาวผ่านพ้นไป ฤดูร้อนก้าวเข้ามาแทนที่ เมื่อฤดูร้อนจากไป ฤดูฝนก็เข้ามา
ให้ความชุ่มฉ่ำ และเมื่อฤดูฝนกำลังจะผ่านพ้นไป ฤดูหนาวก็กำลังจะมารับช่วงต่ออีกครั้ง...
หน้าหนาวปีนี้ฉันกลับไม่รู้สึกหนาวเย็น ว้าเหว่อย่างปีที่แล้ว
ฉันรู้สึกอบอุ่นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นฤดูใดก็ตาม แค่เพียงได้ยินเสียงโทรศัพท์
ดังขึ้น แล้วเสียงจากปลายสายก็พูดคำเดิมๆ จากเสียงของคนๆเดิมว่า
"ฮัลโหล....ทำอะไรอยู่"
เพียงเท่านั้นฉันก็รู้สึกราวกับว่าไออุ่นได้แผ่ซ่านกระจายอยู่รอบๆตัว
และโอบอุ้มฉันไว้แล้ว....
"คืนนี้อากาศคงจะเย็นนะ นอนห่มผ้าให้ดีๆล่ะ...เดี๋ยวจะไม่สบาย"....
คำพูดที่แสดงถึงความห่วงใยและความหวังดีจากเขา จะทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นได้อยู่เสมอๆ
ถึงตอนนี้เราจะอยู่ห่างไกลกัน แต่ฉันกลับรู้สึกว่า เราอยู่ใกล้กันนิดเดียว.....

ฉันเดินไปหน้าประตูบ้านตามเสียงแตรรถของบุรุษไปรษณีย์......มีจดหมายจ่าหน้าซองถึงฉัน!
ฉันมองเห็นลายมือของผู้ส่งที่จ่าหน้าซอง ฉันก็รู้แทบจะในทันทีว่านั่นเป็นลายมือของเขา
ฉันบรรจงเปิดซองจดหมายออก แล้วหยิบกระดาษแผ่นเล็กๆที่พับอยู่ข้างในออกมา
มันเป็นกระดาษลายการ์ตูนสีชมพู....นั่นไง!
มีข้อความเขียนอยู่ที่กลางกระดาษตัวเบ้อเริ่มว่า.....
"รักมากนะ" ทั้งกระดาษมีข้อความเขียนอยู่เพียงแค่นั้น...............
ฉันส่ายหัวพร้อมกับยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย แล้วบรรจงจัดแจงเก็บมันกลับลงไปในซอง
ปิดให้เรียบร้อย
แล้วก็นำมันไปเก็บในห้องนอนของฉัน ฉันเปิดลิ้นชักของฉันซึ่งบัดนี้เต็มไปด้วยซองจดหมาย
และการ์ดน้อยใหญ่มากมาย.....
ฉันวางจดหมายฉบับล่าสุดทับลงบนซองจดหมายสีฟ้า..ฉบับก่อนหน้านี้
ซองสีฟ้านั้นข้างในเขียนไว้กลางหน้ากระดาษตามสไตล์ของเขาว่า.."คิดถึงทุกนาที"..
ส่วนเจ้าซองสีเหลืองอ่อนที่วางอยู่ทางซ้ายมือนั่น ออกจะแปลกไปสักหน่อย
ข้างในเป็นกระดาษลายหัวใจ
แต่ไม่ได้เขียนคำพูดอะไรกำกับมาด้วยเลย.....แต่ถึงกระนั้นฉันกลับรู้สึกเหมือนว่ากระดาษแผ่นนั้น

เต็มไปด้วยข้อความมากมายหลายร้อนพันประโยค
ทั้งๆที่กระดาษที่อยู่ตรงหน้าเป็นเพียงกระดาษเปล่าๆ
ใบหนึ่งเท่านั้น....ฉันยิ้มเล็กน้อยให้กับจดหมายเหล่านั้น
ก่อนจะปิดลิ้นชักกลับเข้าไปอย่างเดิม

ฉันทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่ตั้งไว้ริมหน้าต่าง เหม่อมองออกไปเห็นต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน
ที่บัดนี้เริ่มจะผลัดใบทิ้งแล้ว ลมที่พัดอยู่ภายนอกทำให้ใบไม้บางใบร่วงหล่น
บางใบก็ยังสามารถเหนี่ยวรั้งกับกิ่งไว้ได้....ลมหนาวพัดเข้ามาทางหน้าต่าง
ฉันสูดมันเข้าไปจนเต็มปอด
รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก ภายในจิตใจฉันมีแต่ความอบอุ่น เหลือบมองไปที่กำแพง
มีกรอบรูปแขวนอยู่เต็มไปหมด กรอบบนสุดนู่น
เป็นรูปที่ฉันถ่ายคู่กับเขาเมื่อประมาณ7เดือนที่แล้ว
มันเป็นรูปแรกที่เราถ่ายด้วยกัน จำได้ว่าตอนนั้นเราไปเที่ยวกันที่ชะอำ เราสนุกกันมากๆเลย
ตัวเปียกปอนกันถ้วนหน้า
ครั้งนั้นเราไปเที่ยวกันเป็นกลุ่มใหญ่มีทั้งเพื่อนเขาและเพื่อนฉัน
รูปนี้เพื่อนๆคะยั้นคะยอให้ถ่าย ที่ชายหาดตอนพระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน
ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มๆแดงๆแล้ว ฉันเขินแทบตายกว่าจะยอมให้ถ่ายได้...
ยังมีภาพอื่นๆอีกมากมายที่มีความหมายกับฉันมาก.....
ทั้งห้องนอนของฉันมีแต่สิ่งดีๆที่เกี่ยวกับเขาเต็มห้องไปหมด
ฉันจึงชอบที่จะเข้ามาอยู่ในห้องนอนนี่ไงล่ะ
มันเหมือนกับว่าฉันได้มีเขาอยู่ใกล้ๆตัวตลอดเวลา....แม้ว่าตอนนี้เขาจะอยู่ไกลแสนไกล...
เราช่างอยู่ห่างไกลกันเหลือเกิน........

ฉันเริ่มรู้สึกหนาว จึงเดินไปหยิบผ้าห่มที่อยู่ปลายเตียงมาห่มไว้คลายหนาว
แล้วก็นอนเหยียดยาวลงบนเตียง
คิดอะไรเพลินๆจนเคลิ้มหลับไป.....

........ฉันสะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ที่อยู่ห่างไปไม่ถึงเมตรดังขึ้น
ฉันมองนาฬิกาแล้วอุทานออกมาเบาๆ
"นี่เราเผลอหลับไปนานขนาดนี้เชียวหรือนี่" ฉันคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย
"ฮัลโหล"...ปลายสายตอบกลับมาว่า...."ทำไมรับสายช้าจัง"......เสียงเขานั่นเอง!....."อ๋อ..เราหลับอยู่น่ะ"

"เหรอ..โทรมาปลุกหรือเปล่าเนี่ย" ......."อืม....ไม่เป็นไรหรอก"........"เออนี่
เดี๋ยวรอรับดอกไม้ที่หน้าบ้าน
ด้วยนะ เราส่งไปให้"........."นายนี่นะ...จริงๆเลย บอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ต้องส่งมา
เปลืองตังค์เปล่าๆ"
"เออน่าาาา....รอรับแล้วกัน"..........

ฉันเดินลงมาดูโทรทัศน์ข้างล่าง นั่งรอคนมาส่งดอกไม้ตามที่เขาบอก
สักพักหนึ่งก็ได้ยินเสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น
ใช่แน่แล้ว....คงจะมาแล้วล่ะ.....ฉันเดินไปหน้าประตูรั้ว โผล่หน้าออกไปดู......
และก็ต้องประหลาดใจกับสิ่งที่เห็น........ฉันได้แต่ยืนแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น
ไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปาก น้ำใสๆก็ไหลลรินอาบแก้ม
ไม่ใช่เพราะดอกกุหลาบสีแดงช่อใหญ่อันแสนน่าประทับใจ
ที่อยู่ตรงหน้า แต่เป็นเพราะคนที่ถือมันมาให้นั้น คือคนที่ฉันคุ้นเคยดี
คนที่โทรหาฉันทุกๆวัน
คนที่ฉันเพิ่งได้รับจดหมายจากเขาเมื่อเช้านี้
คนที่มีรูปถ่ายคู่กับฉันติดอยู่ที่กำแพงของห้องนอน คนที่ฉันรักและคิดถึง
สุดหัวใจ บัดนี้มายืนอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว

ลมเย็นๆเหมือนจะเป็นใจ พัดโชยเอื่อยมาปะทะกับแก้มเย็นๆของฉัน
ทันใดนั้นเขาก็พูดออกมาเบาๆว่า
"รักมากนะ....รู้ไหมว่าคิดถึงแค่ไหน....หนาวไหม?...อากาศเย็นออก
ยืนตากลมนานๆเดี๋ยวจะไม่สบายนะ"
เขาพูดพร้อมกับส่งดอกไม้ให้ช่อนั้นให้ฉัน.......ฉันยิ้มและสั่นหัวเบาๆแล้วตอบไปว่า...
"ไม่หนาวหรอก..." เขายิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยน............
มีเพียงฉันคนเดียวเท่านั้นที่รู้ดีว่า.........เหตุใดฉันจึงไม่รู้สึกหนาวอีกต่อไป...........


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

กาลเวลา


ท้องฟ้า--ยามเช้า--สว่างสดใส
            ยามค่ำคืน--มืดมิด
ไม่ใช่ความผิดของท้องฟ้าที่เปลี่ยนแปลง แต่เป็นเพราะกาลเวลาที่ทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนไป....

ต้นไม้--เมื่อครั้งยังแข็งแรง--ให้ร่มเงา และเป็นที่พักพิงให้กับนกน้อย
           เมื่อครั้งใกล้ตาย--ใบไม้ร่วงหล่น
           ไม่สามารถให้ความร่มเงาและเป็นที่พักพิงได้อีกต่อไป
ไม่ใช่ความผิดของต้นไม้ที่เปลี่ยนแปลง แต่เป็นเพราะกาลเวลาที่ทำให้ต้นไม้เปลี่ยนไป....

ดอกไม้--ครั้งยังสะพรั่ง--งดงาม หอมหวล จรรโลงโลก
            ครั้งโรยรา--เหี่ยวเฉา ไร้กลิ่นให้น่าดอมดม ไร้ซึ่งความงามอีกต่อไป
ไม่ใช่ความผิดของดอกไม้ที่เปลี่ยนแปลง แต่เป็นเพราะกาลเวลาที่ทำให้ดอกไม้เปลี่ยนไป....

ใบไม้--เมื่อครั้งยังยึดเหนี่ยวกับลำต้น--ให้ร่มเงา
          เมื่อครั้งร่วงหล่น--กลายเป็นเพียงเศษขยะและเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ดอกไม้ต่อไป
ไม่ใช่ความผิดของใบไม้ที่เปลี่ยนแปลง แต่เป็นเพราะกาลเวลาที่ทำให้ใบไม้เปลี่ยนไป....

ดวงอาทิตย์--ยามเช้าและกลางวัน--สวยงาม ส่องแสงเรืองรอง
ให้ความอบอุ่นแก่มวลมนุษย์และสัตว์โลก
                 ยามเย็นและยามค่ำคืน--ดวงอาทิตย์ลาจากไป ไร้ซึ่งแสงสว่าง ไร้ความอบอุ่น
ไม่ใช่ความผิดของดวงอาทิตย์ที่เปลี่ยนแปลง
แต่เป็นเพราะกาลเวลาที่ทำให้ดวงอาทิตย์เปลี่ยนไป....

ดวงจันทร์--ยามค่ำคืน--ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า สวยงาม โรแมนติก น่าหลงใหล
               ยามเช้า--ดวงจันทร์หายไป ไร้จันทราอันเป็นความงามของราตรีกาล
ไม่ใช่ความผิดของดวงจันทร์ที่เปลี่ยนแปลง
แต่เป็นเพราะกาลเวลาที่ทำให้ดวงจันทร์เปลี่ยนไป....

ดวงดาว--ยามค่ำคืน--เป็นดาราประดับท้องฟ้า ส่องแสงระยิบระยับเกลื่อนฟ้า งดงาม
มีเสน่ห์ชวนมอง
             ยามเช้า--ดวงดาวอันตรธานหายไป ไร้ซึ่งแสงดาว
ไม่ใช่ความผิดของดวงดาวที่เปลี่ยนแปลง แต่เป็นเพราะกาลเวลาที่ทำให้ดวงดาวเปลี่ยนไป....

สายลม--เมื่อครั้งพัดมา--เย็นสบาย สดชื่น
            เมื่อครั้งพัดไป--เหลือเพียงความทรงจำเท่านั้น ที่ทำให้เราระลึกได้ว่า
            ครั้งหนึ่งสายลมเคยพัดมาและทำได้ให้เราเย็นสบาย
ไม่ใช่ความผิดของสายลมที่เปลี่ยนแปลง แต่เป็นเพราะกาลเวลาที่ทำให้สายลมเปลี่ยนไป....

มนุษย์--เมื่อครั้งยังแยาว์และแข็งแรง--มีความฝัน มีความทุกข์ มีความสุข มีรอยยิ้ม
           มีน้ำตา มีอุดมการณ์ มีความรัก และเป็นประโยชน์
           เมื่อครั้งแก่ชรา--ไร้เรี่ยวแรง อ่อนแอ นิสัยกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง
           ไขว่คว้าหาความอบอุ่น และ.....รอความตาย
ไม่ใช่ความผิดของมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลง แต่เป็นเพราะกาลเวลาที่ทำให้มนุษย์เปลี่ยนไป....

อุดมการณ์--เมื่อครั้งยังยึดมั่น--มุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จ
                เมื่อครั้งเปลี่ยนอุดมการณ์--ไม่ยึดมั่นในอุดมการณ์เดิม
                เปลี่ยนความคิดใหม่
ไม่ใช่ความผิดของอุดมการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
แต่เป็นเพราะกาลเวลาที่ทำให้อุดมการณ์เปลี่ยนไป....

คำสัญญา--เมื่อครั้งให้คำมั่น--ยังคงยึดมั่นในคำสัญญา มั่นใจว่าจะต้องทำได้
              เมื่อครั้งลืมสัญญา--คำสัญญาไร้ความหมาย
              ไม่มีความสำคัญที่จะต้องทำตามสัญญานั้นอีกต่อไป
ไม่ใช่ความผิดของคำสัญญาที่เปลี่ยนแปลง แต่เป็นเพราะกาลเวลาที่ทำให้คำสัญญาเปลี่ยนไป....

ใครบางคน--ยามที่ยังรักกัน--คอยเป็นกำลังใจ ยืนเคียงข้างเราเสมอ มีรอยยิ้มให้กัน
ทำให้เรามีความสุข
                ยามรักจืดจาง--ทำให้เราต้องทนกับความเหงา ไม่มีคนคอยเคียงข้าง
                ไม่มีรอยยิ้มให้กัน ไม่มีแม้กระทั่งกำลังใจ
  ไม่ใช่ความผิดของใครคนนั้นที่เปลี่ยนแปลง
  แต่เป็นเพราะกาลเวลาที่ทำให้ใครคนนั้นเปลี่ยนไป....

ความรัก--เมื่อครั้งยังหวานชื่น-หอมหวาน ทำให้เรายิ้ม หัวเราะ อารมณ์ดี สดใส ร่าเริง
             ความรักน่าศรัทธา และทำให้เรามีความสุข
             เมื่อครั้งจืดจาง--ทำให้เรามีน้ำตา ไร้ซึ่งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะและความสดใส
             เหลือไว้แต่เพียงความเศร้าโศกเสียใจ
ไม่ใช่ความผิดของความรักที่เปลี่ยนแปลง แต่เป็นเพราะกาลเวลาที่ทำให้ความรักปลี่ยนไป....

เป็นสัจธรรมที่ทุกสิ่งต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา สิ่งที่คิดว่าแน่นอนในเวลานี้
อาจเปลี่ยนแปลงไปในภายหน้า
กาลเวลาเท่านั้นที่เป็นนิรันดร์........
กาลเวลาทำให้เห็นสิ่งต่างๆในแง่มุมที่ต่างออกไป กาลเวลานำมาซึ่งความเป็นจริง...
.....ไม่มีผู้ใดและไม่มีสิ่งใดที่จะหนีพ้นกาลเวลา.....






งดรับ comment คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกชั่วคราว เพื่อตรวจสอบปัญหา Spam ครับ
ขออภัยในความไม่สะดวกด้วย

Firefox 2
แก้ปัญหาเม้นไอคอนไม่ติด ด้วย Firefox

whanjai-lovezaa

SQL: SELECT count(*) FROM global.sessions WHERE id='2knd3jp0ih9dkoq5v31dhlf0t1'
mysql error : MySQL server has gone away
SQL: INSERT INTO global.sessions SET id='2knd3jp0ih9dkoq5v31dhlf0t1', uri='whanjai-lovezaa.storythai.com/', ip='38.107.191.103', data='USER|N;counter|a:20:i:8561;b:1;i:563;b:1;i:9735;b:1;i:5668;b:1;i:2753;b:1;i:168;b:1;i:6015;b:1;i:1489;b:1;i:1814;b:1;i:4625;b:1;i:1851;b:1;i:5129;b:1;i:617;b:1;i:1119;b:1;i:4305;b:1;i:6646;b:1;i:9557;b:1;i:7756;b:1;i:3904;b:1;i:4997;b:1;'
mysql error : MySQL server has gone away
can't write session